📝 เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ประเภทของปลั๊กไฟและกระแสไฟฟ้า ของประเทศ ที่คุณจะเดินทางไป
- อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็คทรอนิคส์ที่คุณจะนำไปใช้ ในต่างประเทศนั้น รองรับกระแสไฟฟ้าเท่าไหร่บ้าง
- ปลั๊กไฟหรือเต้าเสียบของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ อิเล็คทรอนิคส์ ที่คุณจะนำไปใช้ในต่างประเทศนั้น เป็นปลั๊กประเภทไหน
🔌 ข้อมูลเกี่ยวกับปลั๊กและอแดปเตอร์
ปัจจุบันอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ต่างก็ผลิตออกมาให้รองรับกระแสไฟฟ้าและความถี่ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถใช้ได้หลายๆประเทศ แต่จะ แตกต่างกันตรง ปลั๊กไฟ หรือเต้าเสียบ ยกตัวอย่างเช่น ปลั๊กสำหรับชาร์จ โทรศัพท์มือถือ
ให้ดูตรงที่เขียนว่า “Input” ตัวเลขที่อยู่หลังคำนี้ จะบอกว่า อุปกรณ์นี้รองรับกระแสไฟฟ้าและความถี่เท่าไหร่ จากรูปตัวอย่าง ข้างล่าง อุปกรณ์นี้ รองรับกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 100-240 โวลต์ ความถี่ 50-60 Hz
⚠️ ความสำคัญของปลั๊กอแดปเตอร์
ดังนั้นเราสามารถนำอุปกรณ์นี้ไปใช้ได้ทุกประเทศทั่วโลก แต่เราจะต้องนำปลั๊กอะแดปเตอร์ (Plug Adapter or Travel Adapter) ติดตัวไปด้วย เพราะลักษณะปลั๊ก ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน และถ้าหากประเทศที่คุณ จะเดินทางไป ใช้ปลั๊กหลากหลายแบบ
การที่คุณนำปลั๊ก อะแดปเตอร์ติดตัวไปด้วย ก็จะทำให้คุณไม่ต้อง เสียเวลา ในการหาปลั๊กอะแดปเตอร์ เพราะคุณคงไม่ทราบล่วงหน้าว่า สถานที่ที่คุณจะไปพักนั้น ใช้ปลั๊กแบบไหน ทั้งนี้มีนักเดินทาง บางคนแนะนำว่า นอกจากปลั๊กอะแดปเตอร์แล้ว เราควรจะนำ สายต่อแบบรางไปด้วย เพื่อที่จะได้สะดวกในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า

ปัจจุบันอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ต่างก็ผลิตออกมาให้รองรับกระแสไฟฟ้า ตั้งแต่ 100-240 โวลต์ และความถี่ 50-60 Hz เพื่อให้สามารถ ใช้ได้หลายๆประเทศ แต่จะแตกต่างกันตรงปลั๊กไฟหรือเต้าเสียบ
📌 ข้อควรจำก่อนเดินทาง
ดังนั้นนักเดินทางทั้งหลาย อย่าลืมตรวจสอบ ปลั๊กไฟของ ประเทศที่จะเดินทางไป ว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าไม่เหมือนกับ ประเทศไทยของเรา คุณจะได้เตรียม ปลั๊กอะแดปเตอร์ (Plug Adapter or Travel Adapter)
ติดตัวไปด้วย มิฉะนั้นคุณอาจจะไม่สามารถชาร์จมือถือ หรือกล้องถ่ายรูปได้ คุณสามารถหาซื้อปลั๊กอะแดปเตอร์ ในไทยได้ง่ายทั้ง
ไปซื้อในห้างสรรพสินค้า หรือช้อปปิ้งออนไลน์ หรือซื้อที่สนามบิน ก็ได้ ทั้งนี้มีให้เลือกหลายแบบ ตามความพอใจของคุณ
"โปรดทราบว่า ปลั๊กอะแดปเตอร์ ไม่ใช่ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า มันเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมสำหรับปลั๊กไฟเท่านั้น"
🌍 ทำไมแต่ละประเทศถึงมีปลั๊กไฟแตกต่างกัน
แต่ละประเทศใช้กระแสไฟฟ้าและปลั๊กไฟแตกต่างกัน สาเหตุ เพราะในอดีต ผู้คนไม่ได้เดินทางไปมาระหว่างประเทศเยอะ เหมือนในปัจจุบัน และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น เพื่อพกพาไปยังสถานที่ต่างๆได้สะดวกดังเช่นปัจจุบัน ดังนั้น แต่ละประเทศจึงพัฒนาปลั๊กไฟตามความพอใจของตน อีกทั้งในอดีตยังไม่มีมาตราฐานโลก เป็นตัวกำหนด ให้ทุก ประเทศต้องปฎิบัติตาม
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมี คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ ว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ (International Electrotechnical Commission - IEC) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2449 (หรือ ปี ค.ศ. 1906)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำมาตรฐานระหว่างประเทศ ทางด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง กำลังพยายามผลักดันให้ทุกประเทศใช้ปลั๊กไฟมาตราฐานเดียวกัน แต่คงจะต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร
กว่าจะถึงเวลานั้นเรามาดูกันว่า ในปัจจุบัน มีความแตกต่างกัน อย่างไรบ้าง กระแสไฟฟ้าหลักๆ ที่แต่ละประเทศใช้กันอยู่ ใน ปัจจุบัน ก็จะมีตั้งแต่ 100-120 โวลต์ และ 200-240 โวลต์ ที่ความถี่ 50-60Hz ส่วนปลั๊กไฟก็แตกต่างกันอยู่ ประมาณ 15 แบบ ดังต่อไปนี้
⚡ ประเภทของปลั๊กไฟทั่วโลก
Type A:
เต้าเสียบจะมีขาแบน 2 ขา ส่วนเต้ารับ ก็จะ เป็นรูแบบตาแบน 2 ตา บางครั้งขา/ตาใด ขา/ตาหนึ่ง จะใหญ่กว่าอีกข้างหนึ่ง ดังนั้นเรา ไม่สามารถ เสียบสลับข้างได้ ประเทศที่ใช้ปลั๊ก ประเภทนี้คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น
Type B:
เต้าเสียบจะมีขาแบน 2 ขา และขากลม 1 ขาสำหรับสายดิน ส่วนเต้ารับก็จะ เป็น รูแบบ ตาแบน 2 ตา และรูกลม สำหรับสายดิน 1 ตา ประเทศที่ใช้ปลั๊ก ประเภทนี้คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เหมือนกับ Type A
Type C:
เต้าเสียบจะมี 2 ขากลม และเต้ารับก็มี 2 ตากลม เช่นเดียวกัน ปลั๊กประเภทนี้ ใช้แพร่หลาย ในยุโรป จนทำให้มีชื่อเรียกว่า Europlug ตัวอย่างประเทศ ที่ใช้ปลั๊กประเภทนี้ เช่น ฝรั่งเศส ออสเตรีย ฟินแลนด์ เป็นต้น
Type D:
หรือปลั๊กอังกฤษแบบเก่า ปลั๊กประเภทนี้เต้าเสียบ จะมีขากลม 3 ขา และเต้ารับมีที่เสียบแบบกลม 3 ตา โดยที่ทั้ง 3 ขา/ตา จะเรียงตัวกันคล้าย สามเหลี่ยม และมีขนาดเท่ากันทั้ง 3 ขา/ตา ประเทศที่ใช้ปลั๊ก ประเภทนี้ก็เช่น อินเดีย เนปาล
Type E:
เต้ารับของปลั๊กประเภทนี้ จะมีลักษณะเป็น หลุมกลม ซึ่งจะมีที่เสียบแบบกลม 2 ตา และมีขากลม สำหรับสายดิน 1 ขายื่นออกมา ส่วนเต้าเสียบ ก็จะมีลักษณะกลมเช่นกัน เพื่อให้สามารถ เสียบลงไป ในหลุมของเต้ารับได้ เต้าเสียบ
จะมีขากลม 2 ขา และมีรูกลม 1 ตาไว้สำหรับรองรับ ขากลมสายดิน ที่ยื่นออกมาจากเต้ารับ ประเทศที่ใช้ปลั๊กประเภทนี้ก็เช่น ฝรั่งเศส เบลเยียม เป็นต้น
Type F:
เต้ารับของปลั๊กประเภทนี้ จะมีลักษณะเป็น หลุม กลม เช่นเดียวกับ Type E แต่ที่เต้ารับจะมีที่ เสียบแบบกลม 2 ขา และมีเขี้ยวสำหรับสายดิน อยู่ตรง ขอบหลุม ด้านบนและล่างรวม2แห่งส่วนเต้าเสียบ ก็จะมี
ลักษณะกลมเช่นกันเพื่อให้สามารถเสียบลงไปในหลุมของเต้ารับได้ เต้าเสียบจะมีขากลม 2 ขา และมีช่องเป็นทางยาว 2 แห่ง เพื่อรอง รับเขี้ยวสำหรับสายดินที่ยื่นออกมาจากเต้ารับ ปลั๊กประเภทนี้ มีชื่อเรียก อีกอย่างว่า “Schuko plug” ซึ่งใช้แพร่หลายในประเทศเยอรมนี สเปน เนเธอร์แลนด์ เป็นต้น
Type G:
เต้าเสียบมี 3 ขา แต่ละขามีลัษณะเหมือน สี่เหลี่ยม ผืนผ้า วางเรียงกันคล้ายสามเหลี่ยม ส่วนเต้ารับ ก็จะมี 3 ตาที่รองรับขาเสียบแบบ สีเหลี่ยมผืนผ้า เช่นกัน อังกฤษและฮ่องกง เป็นตัวอย่าง ประเทศที่ใช้ปลั๊ก ประเภทนี้
Type H:
เป็นปลั๊กแบบพิเศษมีใช้เฉพาะที่อิสราเอล เขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา เท่านั้น โดยเต้าเสียบ มีลักษณะกลม มี 3 ขา ซึ่ง 2 ขาคู่จะเอียงตัว เข้าหากัน คล้ายตัววี ส่วนอีกขา อยู่ตรงปลายตัววีนั้น เป็นสายดิน ลักษณะเต้ารับ ก็กลม เช่นกัน แต่ไม่ได้เป็นหลุมกลมลึกเหมือน Type E & F
Type I:
เป็นปลั๊กที่มี 3 ขาแบน โดยที่ 2 ขาจะเอียง เข้าหากัน เหมือนตัววีคว่ำ และ มีขาสำหรับ สายดินตั้งตรงอยู่ ระหว่างด้านในของตัววี ปลั๊กประเภทนี้ใช้กันมากที่ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
Type J:
หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ปลั๊กสวิส 3 ขา เพราะ ใช้กันมากที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ทั้ง 3 ขาเป็นขาแบบกลม และตาที่เต้ารับก็จะรองรับ เฉพาะ ขากลมเท่านั้น ปลั๊กนี้คล้ายกับปลั๊ก Type C ต่างที่ Type J มีขาสำหรับสายดิน แต่ Type C ไม่มี
Type K:
เป็นปลั๊กที่มีขากลม 3 ขา และตาที่เต้ารับ ก็ จะรองรับ เฉพาะขากลม 3 ขาเท่านั้น ปลั๊ก Type K นี้คล้ายกับปลั๊ก Type F แต่ต่างกันตรงสายดิน
ซึ่งสายดินของ Type K เป็นขากึ่งกลมอยู่ที่เต้าเสียบ ส่วน Type F เป็นเขี้ยวอยู่ที่เต้ารับ ปลั๊ก Type K นี้ใช้แพร่หลายในประเทศเดนมาร์ก กรีนแลนด์ มัลดีฟ เป็นต้น
Type L:
เต้าเสียบของปลั๊กประเภทนี้มีขากลม 3 ขา ที่เรียงกัน เป็นแนวเดียว โดยที่สายดินจะอยู่ ตรง กลาง ส่วนเต้ารับก็จะมี 3 ตาแบบกลมเช่นกัน ปลั๊กนี้ใช้กันมากในอิตาลี
Type M:
เต้าเสียบจะมีขากลม 3 ขา และเต้ารับมีที่เสียบ แบบกลม 3 ตา โดยที่ทั้ง 3 ขา/ตา จะเรียงตัวกัน คล้ายสามเหลี่ยม คล้ายกับปลั๊ก Type D แต่ขา/ตาทั้ง 3 ขา/ตาของ Type M จะมีขนาดใหญ่กว่า ประเทศที่ใช้ปลั๊กประเภทนี้คือ เซาท์แอฟริกา สะวาซิแลนด์ เป็นต้น
Type N:
มีลักษณะคล้าย Type J คือ เต้าเสียบเป็นแบบ 3 ขากลม และเต้ารับรองรับ 3 ตากลม แต่ ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพราะตำแหน่ง ของสายดินอยู่คนละตำแหน่งกัน ประเทศที่ใช้ปลั๊กประเภทนี้คือ บราซิล
Type O:
ส่วนประเทศไทยของเรา ใช้ปลั๊กหลากหลาย มีทั้ง Type A, B, C และ F โดยใช้กระแสไฟ 220 โวลต์ ที่ความถี่ 50Hz แต่บางครั้งเราอาจจะ เจอปลั๊ก ที่มีเต้าเสียบ 3 ขากลมและเต้ารับ 3 ตากลม ลักษณะคล้ายกับ Type D ของอินเดีย แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เพราะความห่างของขา/ตาแต่ละขา/ตา ไม่เท่ากับ Type D ของอินเดีย ซึ่งเป็นปลั๊กที่มีลักษณะ เฉพาะของประเทศไทยเราเท่านั้น