เมื่อจะยื่นขอวีซ่าไปต่างประเทศ ทำไมเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าจึงต้องแปลเอกสารภาษาไทยต่างๆ ให้เป็นภาษาอังกฤษด้วย? คำตอบคือ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก
ดังนั้นทุกประเทศจึงเข้าใจความหมายได้ แต่จะมีบางเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เช่น บัตรประชาชน หรือบางประเทศอนุญาตให้ใช้เอกสารภาษาไทยได้ การแปลเอกสารให้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดจึงไม่จำเป็นเสมอไป
การที่เราต้องแปลเอกสารราชการต่างๆ หรือเอกสารอื่นๆ ให้เป็นภาษาอังกฤษก่อนที่จะนำไปใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่า ก็เพราะข้อมูลในเอกสารเหล่านั้นจะช่วยยืนยัน เสริมข้อมูล แสดงข้อเท็จจริงให้สมเหตุสมผล หรือใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนคุณสมบัติในการสมัครวีซ่าของเรานั่นเอง
📝 เวลาที่ยื่นขอวีซ่า เราจะต้องแนบเอกสารแปลภาษาอังกฤษคู่กับเอกสารภาษาไทยเสมอ
ตัวอย่างเอกสารประกอบ เช่น สูติบัตรหรือใบเกิด, มรณบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส/หย่า, ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล, หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ/พาณิชย์, โฉนดที่ดิน, ใบขึ้นทะเบียนเกษตรกร, บัตรข้าราชการบำนาญ เป็นต้น และถ้าทางสถานทูตไม่อนุญาตให้ใช้เอกสารภาษาไทยเพียงอย่างเดียว เราจึงจำเป็นต้องแปลเอกสารภาษาไทยดังกล่าวให้เป็นภาษาอังกฤษ แล้วแนบคู่ไปกับเอกสารต้นฉบับเมื่อเราไปยื่นขอวีซ่า
การแปลเอกสารเพื่อใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าเชงเก้นระยะสั้น ไม่จำเป็นต้องรับรองการแปลโดยกระทรวงต่างประเทศ ดังนั้นทางบริษัทฯ จึงสามารถแปลและรับรองการแปลให้ท่านได้
สนใจแปลเอกสาร โปรดติดต่อเราได้ที่ plan@plan-travel.com หรือ โทร. 02-416-1538
ค่าบริการแปลเอกสาร เริ่มต้นที่ 300 บาท อัตราค่าแปลเอกสารจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเอกสาร ทั้งนี้ถ้าคุณลูกค้าใช้บริการยื่นวีซ่ากับทางบริษัทฯ ก็อาจจะไม่ต้องเสียค่าแปลเอกสาร หรือได้รับสิทธิชำระค่าแปลเอกสารในราคาพิเศษ
🎯 ประโยชน์และจุดประสงค์ของเอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษ
เนื่องจากการติดต่อสื่อสารและดำเนินธุรกรรมข้ามประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ทางกรมการปกครองและกรมการกงสุล จึงร่วมกันจัดทำแบบฟอร์มเอกสารภาษาอังกฤษ เพื่อจะช่วยเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนดังนี้
- ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสาร
- ลดขั้นตอนและกระบวนการรับรองเอกสาร (ไม่ต้องรับรองการแปล)
- เอกสารที่ผ่านการรับรองมีมาตรฐานการแปลที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงาน และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สามารถนำไปใช้ต่างประเทศได้อย่างสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับ
จุดประสงค์ส่วนใหญ่ของผู้ที่ต้องการเอกสารทะเบียนภาษาอังกฤษ คือเพื่อนำเอกสารนั้นไปใช้ทำธุรกรรมในต่างประเทศ เช่น เรียนต่อต่างประเทศ, ทำงานในต่างประเทศ, การจดทะเบียนสมรส/หย่าในต่างประเทศ หรือการขอถิ่นพำนักในต่างประเทศ (ขอใบ PR) เป็นต้น
🌍 การนำเอกสารไปใช้ในต่างประเทศ
เราจะต้องนำเอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษนั้น ไปขอรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุลก่อน จากนั้นนำไปติดต่อสถานทูตประเทศที่เราจะนำไปใช้ เมื่อได้รับการรับรองทั้งจากกรมการกงสุลและสถานทูตในไทยแล้ว เราจึงจะนำเอกสารฉบับดังกล่าวไปใช้ในต่างประเทศได้
ผู้ที่ต้องการคัดรับรองเอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษ ใช้เพียงแค่บัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card ไปขอคัดได้เลย ณ สำนักงานเขตหรืออำเภอทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องยื่นที่ภูมิลำเนาตัวเอง