ได้รับ E-Ticket แล้ว? มาเช็กให้ชัวร์ว่าตั๋วของคุณใช้เดินทางได้จริง
หลังจากได้รับอีเมลยืนยันการจอง หรือ E-Ticket มาแล้ว หลายท่านอาจยังมีคำถามว่าตั๋วใบนี้สมบูรณ์และใช้เดินทางได้แน่นอนแล้วหรือยัง? หัวใจสำคัญของการตรวจสอบไม่ได้อยู่ที่ "รหัสการจอง" แต่อยู่ที่ "เลขที่ตั๋ว" (Ticket Number) ครับ
- รหัสการจอง (PNR - Passenger Name Record): คือรหัสที่ยืนยันว่า "มีการสำรองที่นั่ง" ของคุณไว้ในระบบของสายการบิน แต่ยังไม่ได้การันตีว่าตั๋วถูกออกอย่างสมบูรณ์แล้ว
- เลขที่ตั๋ว (Ticket Number): คือชุดตัวเลข 13 หลัก ที่เป็นสิ่งยืนยันว่า "มีการชำระเงินและออกตั๋วเดินทางอย่างสมบูรณ์แล้ว" ตั๋วใบนี้สามารถใช้เดินทางได้แน่นอน การมีเลขที่ตั๋วนี้คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ
ดังนั้น ขั้นตอนแรกสุดหลังจากได้รับ E-Ticket คือการมองหา "เลขที่ตั๋ว" 13 หลักนี้ให้เจอครับ
ขั้นตอนตรวจสอบสถานะตั๋วด้วยตัวเองให้มั่นใจ 100%
วิธีที่ดีที่สุดคือการนำข้อมูลไปตรวจสอบกับเว็บไซต์ของสายการบินโดยตรง แต่ขั้นตอนจะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อตั๋วมาจากที่ไหนครับ
กรณีที่ 1: ซื้อตั๋วโดยตรงกับสายการบิน
หากคุณซื้อผ่านเว็บไซต์ของสายการบินโดยตรง คุณสามารถนำ "รหัสการจอง" (PNR) และ "นามสกุล" ที่ได้รับ ไปกรอกในเมนู "จัดการการจอง" (Manage Booking) บนเว็บไซต์ของสายการบินได้เลย ซึ่งสถานะควรจะแสดงว่า "ยืนยันแล้ว" (Confirmed) หรือ "ออกตั๋วแล้ว" (Ticketed)
กรณีที่ 2: ซื้อตั๋วผ่านตัวแทนจำหน่าย (เช่น Booking.com, Agoda, Expedia)
นี่คือกรณีที่หลายคนสับสนครับ รหัสการจองที่คุณได้จากตัวแทนจำหน่าย มักจะไม่ใช่รหัสที่ใช้กับสายการบินโดยตรง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ:
- เปิดอีเมลยืนยันจากตัวแทนจำหน่าย: ในอีเมลยืนยันการจองที่คุณได้รับ ให้มองหาหัวข้อที่เขียนว่า "รหัสยืนยันของสายการบิน" (Airline Confirmation Code / PNR) ซึ่งมักจะเป็นรหัสที่ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข 6 หลัก
- นำ "รหัสของสายการบิน" ไปตรวจสอบ: เมื่อได้รหัสนี้มาแล้ว จึงนำไปกรอกในเมนู "จัดการการจอง" (Manage Booking) บนเว็บไซต์ของสายการบิน พร้อมกับนามสกุลของผู้โดยสาร
- หากหาไม่เจอทำอย่างไร?: หากในอีเมลไม่มีรหัสของสายการบิน ให้ลองล็อกอินเข้าระบบของตัวแทนจำหน่ายที่คุณจอง หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของตัวแทนจำหน่ายเพื่อขอ "รหัสยืนยันของสายการบิน" โดยตรงครับ
เมื่อคุณสามารถใช้รหัสของสายการบินเพื่อเข้าไปดูรายละเอียดการเดินทางบนเว็บไซต์ของสายการบินได้ และเห็นสถานะว่า "ยืนยันแล้ว" พร้อมเลขที่ตั๋ว 13 หลัก ก็สบายใจได้เลยครับว่าตั๋วของคุณพร้อมสำหรับการเดินทางแน่นอน
ตรวจสอบแล้วเจอปัญหา? ควรทำอย่างไร?
หากคุณทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว แต่ไม่พบข้อมูลการจองบนเว็บไซต์สายการบิน หรือสถานะขึ้นว่า "ยังไม่ออกตั๋ว" (Unticketed) สิ่งที่ควรทำคือ:
- อย่าเพิ่งตกใจ: หากคุณเพิ่งชำระเงินไปไม่นาน บางครั้งระบบของตัวแทนจำหน่ายและสายการบินอาจใช้เวลาในการส่งข้อมูลและออกตั๋ว ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง ไปจนถึง 24 ชั่วโมงในบางกรณี
- ติดต่อผู้ขายเป็นอันดับแรก: ช่องทางที่คุณชำระเงินคือผู้ที่รับผิดชอบข้อมูลของคุณโดยตรง
- หากซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย (OTA): ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของตัวแทนจำหน่ายนั้นๆ ทันที
- หากซื้อกับสายการบินโดยตรง: ให้ติดต่อ Call Center ของสายการบิน
- เตรียมข้อมูลให้พร้อม: เมื่อทำการติดต่อ ควรเตรียมรหัสการจอง, ชื่อผู้โดยสาร, และอีเมลที่ใช้ในการจองให้พร้อม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว
โดยส่วนใหญ่แล้ว ปัญหามักเกิดจากความล่าช้าของระบบ หรือการสื่อสารระหว่างตัวแทนกับสายการบิน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ครับ
สำหรับผู้ที่จองผ่านเอเจนท์: ทำความเข้าใจ E-Ticket จากระบบ GDS
สำหรับท่านที่จองตั๋วผ่านบริษัททัวร์หรือเอเจนท์ท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม E-Ticket ที่ท่านได้รับอาจมีหน้าตาแตกต่างออกไป เพราะถูกพิมพ์ออกมาจากระบบกลางที่เรียกว่า GDS (Global Distribution System) ซึ่งเป็นระบบที่เอเจนท์ใช้จองตั๋วจากสายการบินทั่วโลก แม้หน้าตาจะดูไม่คุ้นเคย แต่หลักการตรวจสอบยังคงเหมือนเดิมคือการหา "รหัสการจอง" และ "เลขที่ตั๋ว" ให้เจอครับ
ค้นหาข้อมูลสายการบินจากเลข 3 หลักแรกของตั๋ว
ตัวอย่าง E-Ticket จากระบบ GDS ที่พบบ่อย:
Amadeus
• รหัสการจอง (Booking Code): จะเป็นโค้ด 6 หลัก เช่น 2YPJPS
• ชื่อผู้โดยสาร (Passenger Name): แสดงในรูปแบบ นามสกุล/ชื่อ
• เลขที่ตั๋ว (Ticket Number): ชุดตัวเลข 13 หลัก

Galileo
• รหัสการจอง (Booking Code): จะมี "1G-" นำหน้าโค้ด 6 หลัก เช่น 1G-P2RB7S
• ชื่อผู้โดยสาร (Passenger Name): แสดงในรูปแบบ นามสกุล/ชื่อ
• เลขที่ตั๋ว (Ticket Number): ชุดตัวเลข 13 หลัก

ท่านสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์เหล่านี้ในการตรวจสอบสถานะการจองได้เช่นกัน

Amadeus 🔗

Sabre/Abacus 🔗

Galileo 🔗
จากรูปจะเห็นว่า แต่ละระบบหน้าตาจะต่างกันเล็กน้อยให้ใส่ (code) โค๊ด ที่ ช่อง 1 ใส่นามสกุล (last mane) ที่ช่อง 2 ระบบจะให้รายละเอียดทั้งหมด แก่คุณครับ ทุกอย่างที่คุณต้องการทราบเกี่ยวกับตั๋วใบนั้น ถ้าเข้าใจแล้วเรามา เริ่มต้น ตรวจเช็คกันเลยครับ ลองดูครับ ไม่ยากครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: จะตรวจสอบ E-Ticket ได้อย่างไรว่าใช้เดินทางได้จริง?
A: วิธีที่ดีที่สุดคือการนำ 'รหัสการจอง' (Booking Code หรือ PNR) และ 'นามสกุล' ของผู้โดยสาร ไปตรวจสอบโดยตรงบนเว็บไซต์ของสายการบินนั้นๆ ในเมนู 'จัดการบุ๊คกิ้ง' หรือ 'Manage My Booking'
Q: รหัสการจอง (PNR) กับ เลขที่ตั๋ว (Ticket Number) ต่างกันอย่างไร?
A: 'รหัสการจอง' (PNR) เป็นรหัสอ้างอิงการจอง มักเป็นตัวอักษรผสมตัวเลข 6 หลัก ส่วน 'เลขที่ตั๋ว' (Ticket Number) เป็นตัวเลข 13 หลักที่ยืนยันว่าตั๋วได้ถูกชำระเงินและออกอย่างสมบูรณ์แล้ว การมีเลขที่ตั๋วคือสิ่งยืนยันว่าคุณสามารถใช้เดินทางได้
Q: ถ้าซื้อตั๋วผ่านเอเจนท์ แต่หาข้อมูลการจองบนเว็บสายการบินไม่เจอ ควรทำอย่างไร?
A: ให้ติดต่อเอเจนท์ที่ออกตั๋วให้คุณโดยตรงเพื่อขอข้อมูลและให้เขายืนยันสถานะตั๋ว ในบางกรณี เอเจนท์อาจใช้ระบบการจองกลาง (GDS) ซึ่งอาจต้องใช้รหัสเฉพาะในการตรวจสอบ