|
วัดพันเตาอยู่ติดกับวัดเจดีย์หลวง ชื่อของวัดน่าจะเพี้ยนมาจาก วัดพันเท่า
หรือวัดปันเต้าตามสำเนียงคนเมือง สร้างในสมัยพระแก้วเมือง
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดพันเตาคือ วิหารวัดพันเตา ที่งดงามที่คงรักษาเอกลักษณ์
ของล้านนาไว้ได้มากที่สุดถึงแม้ว่าได้รับการบูรณะซ่อมแซมไปแล้วก็ตามที
ที่แต่เดิมเป็นหอคำ
หรือที่ประทับของเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งต่อมา
ในสมัยเจ้าอินทวิชยานนท์ ทรงยกหอคำของเจ้ามโหตรประเทศถวายแก่วัดพันเตา เป็นวิหารไม้สักทองที่แกะสลักลวดลายต่างๆประดับกระจกสีอย่างงดงาม
องค์ประดับหลังคาคล้ายกับทั่วไปคือ มีช่อฟ้า รวยระกา หางหงส์ ที่เป็นเครื่องไม้แกะสลัก
ประดบกระจก (ปบหมดแล้ว)
ที่สันหลังคาประดับด้วยหงส์โลหะสีเงินเครื่องประดับหลังคาคล้ายกับทั่วไป
คือ มีช่อฟ้า รวยระกา หางหงส์ ที่เป็นเครื่องไม้แกะสลักประดับ (หลุดไปเกือบหมดแล้ว) ประดับด้วยหงส์โลหะสีเงินระดับหลังคาคล้ายกับทั่วไปคือ มีช่อฟ้า รวยระกา หางหงส์ ที่เป็นเครื่องไม้แกะสลักประดับกระจก (หลุดไปเกือบหมดแล้ว)
ที่สันหลังคาประดับด้วยหงส์โลหะสีเงิน
วัดพระสิงห์ เดิมเรียกวัดลีเชียง เป็นพระอารามหลวงของเชียงใหม่
สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าผายู กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์เม็งราย
ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์ อยู่ในวิหารลายคำ
ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่งดงาม และภายในวิหารลายคำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามทรงคุณค่าให้ศึกษา
ประวัติที่มาของ พระพุทธสิหิงค์ กล่าวว่าถูกนำมาประดิษฐานที่วัดพระสิงห์ใน
สมัยพระเจ้าแสนเมืองมา แต่บ้างก็ว่านำมาจากเมืองเชียงราย
บ้างก็ว่านำมาจากเมืองกำแพงเพชร นอกจากวิหารลายคำแล้ว
พระอุโบสถ หอไตรแบบล้านนา
และพระเจดีย์ทรงกลมแบบล้านนาก็ป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าแก่การชมและศึกษา
และถือว่า วัดพระสิงห์ฯเป็นวัดประจำปีเกิด ของผู้ที่เกิดปีงูใหญ่หรือปีมะโรง |