ซากุระญี่ปุ่น เกาะฮอนชู เกาะชิโกะกุ เกาะฮอกไกโด

เกาะฮอนชู (Honshou Islands)

เกาะฮอนชู เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เกาะนี้มีขนาดใหญ่กว่า เกาะอังกฤษเล็กน้อย เนื่องจาก เป็นเกาะที่มีความยาว 1,300 กิโลเมตร ดังนั้นการบาน ของดอกซากุระ จึงแตกต่างกันในแต่ละส่วนของเกาะ โดยทางตอนใต้จะเริ่มบานประมาณปลายเดือนมีนาคม ตอนกลางจะเริ่มประมาณต้นเดือนเมษายน ส่วนตอนบน ของเกาะจะเริ่มบาน ช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน

ฮิเมจิ (Himeji):

ฮิเมจิเป็นเมืองที่อยู่ในพื้นที่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของจังหวัด เฮียวโกะ (Hyogo Prefecture) ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดยรถไฟชินคันเซ็นสายซันโย (Sanyo Shinkansen) จากโอซาก้า

ซากุระรอบ ปราสาทฮิเมะจิ

เป็นปราสาทที่ได้รับขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกแห่งแรก ของประเทศญี่ปุ่น คือในปี พ.ศ.2536 และ เป็นหนึ่งใน ปราสาท ที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

ตามข้อมูลที่บันทึกไว้ปราสาทนี้ ยังไม่เคยถูกทำลายมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภัยจาก สงคราม ไฟไหม้ หรือแผ่นดินไหว ทำให้ยังคงรูปแบบดั้งเดิม ของตัวปราสาทเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

สวนที่อยู่ในบริเวณปราสาท เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยม ไปดูซากุระบาน

การเดินทางไปปราสาทฮิเมะจินั้น สามารถเดินไปได้จากสถานีรถไฟฮิเมะจิ (Himeji Station) เพียงแค่ 15 นาที

นารา (Nara):

นารา เป็นจังหวัดที่ไม่ติดทะเล การเดินทางมายังจังหวัดนี้ง่าย เพราะอยู่ไม่ห่างจากเมืองโอซาก้า (Osaka) เมืองเกียวโต (Kyoto) และสนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport) มากนัก

ใบซากุระบนทางเดิน ภูเขาโยชิโนะ

ภูเขาโยชิโนะ เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงในการ ชมความสวยงาม ของดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิตและ ใบไม้เปลี่ยนสี ในฤดูใบไม้ร่วง ของจังหวัดนารา

เนื่องจากมีต้นซากุระมากกว่า 30,000 ต้น นอกจากนี้แล้ว บริเวณรอบๆภูเขา ยังมีสถานที่เก่าแก่ที่สำคัญและ มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์มากมาย จึงได้รับการ จดทะเบียนเป็นมรดกโลก

การเดินทางไปภูเขาโยชิโนะนั้น ถ้าเริ่มต้นจาก สถานีรถไฟคินเตะสึ-นารา (Kintetsu-Nara Station) หรือ สายคินเตะสึ (Kintetsu Line) ไปลงที่ สถานีโยชิโนะ (Yoshino Station)

ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 42 นาที แล้วต่อรถรางไป ยังบริเวณภูเขาโยชิโนะ ในช่วงฤดูซากุระจะมีรถรับส่งให้บริการเพิ่มเติม

เกียวโต (Kyoto):

เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมือง ที่มีคุณค่าทาง ประวัติศาสตร์ ทำให้สหรัฐอเมริกา ยกเลิก การทิ้งระเบิดเมืองเกียวโต ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะต้องการเก็บรักษาวัฒนธรรมเอาไว้ สถานที่นิยมดู ดอกซากุระในเกียวโต เช่น

ปิกนิกใต้ต้นซากุระ ณ.สวนมารุยาม่า

สวนนี้อยู่ติดกับศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) เป็นสวน ที่ได้รับความนิยมมาก ในช่วงที่ดอกซากุระบาน ไฮไลต์ของสวนนี้คือ ต้นซากุระที่มีดอกห้อยระย้า ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า Shidarezakura หรือ Weeping Cherry Tree ในภาษาอังกฤษ

การเดินทางไปยังสวนสาธารณะมารุยาม่านั้น ถ้าเริ่มต้นจาก สถานีรถไฟเกียวโต (Kyoto Station) ให้ขึ้นรถบัสสาย 100 หรือ 206 แล้วไปลงที่ป้ายกิอน (Gion Bus Stop) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีี

ซากุระล้อมวัดคิดยะมิซุ

อาคารหลักของวัดเป็นไม้ เสาไม้แต่ละต้นสูงถึง 13 เมตร ข้างใต้อาคารหลัก มีน้ำจากน้ำตกโอตะวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่าน จึงได้ชื่อว่า วัดน้ำใส น้ำตกนี้จะไหลแยกออกเป็น 3 สาย

นักท่องเที่ยวมักจะมาดื่มน้ำจากน้ำตกนี้ ด้วยถ้วยโลหะ เพราะเชื่อว่าสามารถบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ และยังเชื่อกันว่าการดื่มน้ำจากสายน้ำตกทั้ง 3 นี้ มีความหมายถึงสุขภาพ ความรัก และความสำเร็จในการศึกษา

การเดินทางไปยังวัดน้ำใสนั้น ถ้าเริ่มต้นจากสถานีรถไฟเกียวโต (Kyoto Station) ให้ขึ้นรถบัสสาย 100 หรือ 206 ไปลงที่ป้ายโกโจ-ซาก้า หรือป้ายคิโยมิซุ-มิชิ (Gojo-zaka or Kiyomizu-michi Bus Stop) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่าโดยสาร 230 เยน

แล้วเดินขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณ 10 นาที หรือถ้ามาจาก สถานีรถไฟใต้ดินไคฮัน คิโยมิซุ โกโจ (Keihan Kiyomizu Gojo Station) ก็จะใช้เวลาเดินไปวัดประมาณ 25 นาที

Note: ทางวัดจะเริ่มซ่อมแซมอาคารหลัก ตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2563

Note: ค่าโดยสารและค่าเข้าชม สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ผู้คนจำนวนมากใต้ต้นซากุระ ถนนสายนักปราชญ์

ถนนสายนักปราชญ์ เป็น ถนนคนเดินเรียบคลองที่ สองข้างทางเรียงรายไปด้วย ซากุระหลายร้อยต้น จึงเป็นจุดชมซากุระที่นิยมมากของกรุงเกียวโต

เนื่องจากทางเดินนั้นไม่กว้างมาก การเดินชมดอกซากุระ ตอนกลางวัน ก็จะพบกับผู้คนมากมาย แต่ถ้าลองเปลี่ยนมาเดินชม หลังพระอาทิตย์ตกดินใหม่ๆ ก็จะได้เห็นความงาม ของ ดอกซากุระ อีกแบบหนึ่ง

ต้นทางของถนนสายนี้อยู่ที่วัดกินคะคุจิหรือ วัดเงิน (Ginkakuji Temple or Silver Pavilion) และทอดยาวไปจะสุดทาง ที่วัดนันเซนจิ (ZNanzenji Temple)

ดังนั้นถ้าจะไปเริ่มต้นเดินจากวัดเงิน จะต้องขึ้นรถบัสสาย 5, 17 หรือ 100 จากสถานีรถไฟเกียวโต ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 35-40 นาที

ค่ารถเที่ยวเดียว 230 เยน แต่ถ้าจะไปเริ่มต้นจากวัดนันเซนจิ ให้ลงรถไฟใต้ดินที่ สถานีเคะอะเกะ (Keage Station) สายโทไซ (Tozai Line) เพื่อเดินไปวัดนันเซนจิ ใช้เวลาเดินประมาณ 5-10 นาที

โอซาก้า (Osaka):

โอซาก้าเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แต่มีประชากรมาก เป็นที่สองรองลงมาจากโตเกียว

ต้นซากุระหน้าปราสาทโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้า สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2126 ในพื้นที่ที่เคยเป็นวัดอิชิยามา ฮอนกันจิ (Ishiyama Honganji Temple) มาก่อน ปราสาทสูง 55 เมตรมีอยู่ทั้งหมด 8 ชั้น

ตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินคอนกรีต คูน้ำ และ สวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) ซึ่งอยู่ทางป้อมตะวันตก มีต้นซากุระกว่า 600 ต้น ในช่วง เดือนต้นเมษายน จึงเป็นสถานที่นิยมชมซากุระ เพราะ ฉากหลังของสวนแห่งนี้ จะมองเห็นภาพปราสาทโอซาก้า ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไปปราสาทโอซาก้า โดยรถไฟใต้ดิน ให้ลงที่ สถานีทานิมาชิ 4 – โคระเมะ (Tanimachi 4-chrome Station) ซึ่งสามารถเดินทางมาที่สถานีนี้ได้ 2 สาย คือ สายสีเขียวเข้ม ชูโอะ (Chuo Subway Line) หรือ สายสีม่วง ทานิมาชิ (Tanimachi Subway Line) แล้วเดินไปอีกประมาณ 10 นาที ก็จะถึงปราสาท

ซากุระในสวนสาธารณะซากุระโนมิยะ

สวนสาธารณะแห่งนี้ยาว 4.2 กม. ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโอคาวา  (Okawa River) เริ่มตั้งแต่บริเวณสะพานเทมมาบาชิ (Temmabashi Bridge) ไปถึงจนบริเวณโรงกษาปณ์โอซาก้า (Osaka Mint) ที่นี่มีต้นซากุระเกือบ 5,000 ต้น

สามารถชม ความงามได้ทั้งเดินเรื่อยๆตามทาง ภายใน สวนสาธารณะ หรือ จะล่องเรือชมซากุระก็ได้ ทำให้ชาวญี่ปุ่น นิยมมาดูซากุระ ที่สวนนี้มากกว่าที่ไหนๆ ในโอซาก้า สวนเคมะ ซากุระโนมิยะนั้น อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ สามารถเดินไปได้สะดวก มีให้เลือกได้หลายสถานี

  1. ลงที่สถานีรถไฟใต้ดินเทมมาบาชิ (Temmabashi Station) สายสีม่วง ทานิมาชิ (Tanimachi Subway Line) หรือ สถานีรถไฟเทมมาบาชิ (Temmabashi Station) สายเคอิฮัน (Keihan railway)
  2. นอกจากนี้สามารถไปลงที่ สถานีรถไฟเจอาร์ โอซาก้าโจ-คิตาซุเมะ (Osakajo-Kitazume Station) สายเจอาร์ โทซาอิ (JR Tozai Line) และยังไปลงที่สถานีซากุระโนมิยะ (Sakuranomiya Station) ของสายโอซาก้า ลูป (Osaka Loop Line)
ซากุระในสวนอนุสรณ์บัมบาคุ

พื้นที่ของสวนแห่งนี้ เดิมถูกสร้างขึ้น เพื่องานเอ๊กซ์โป 70 ในปี พ.ศ. 2513 (the 1970 World Exhibition) สวนแห่งนี้มีขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ

สวนสไตล์ญี่ปุ่น สวนธรรมชาติและวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาแห่งชาติ สนามกีฬาและ ลานนันทนาการ และลานจอดรถ ภายในสวนแห่งนี้มีต้นซากุระกว่า 5,000 ต้น จึงเป็นจุดดูซากุระที่นิยมอีกแห่งหนึ่งของโอซาก้า

การเดินทางไปที่สวนนั้นง่าย เพียงโดยรถไฟใต้ดินสายสีแดง มิโดซูจิ (Midosuji Line) ไปลงที่สถานีปลายทาง เซนริ-ชูโอะ (Senri-Chuo Station) แล้วไปต่อรถโมโนเรลโอซาก้า (Osaka Monorail) เพื่อไปลงที่สถานีบันปาคุ คินเอ็น โคเอ็น (Banpaku Kinen Koen Station) ก็จะถึงสวนเลย

นาโกย่า (Nagoya

นาโกย่า เป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิ (Aichi Prefecture) ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น รอบๆนาโกย่า เป็นแหล่งผลิต สินค้าการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

นาโกย่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการทำเครื่องปั้นดินเผา และเซรามิคมามากกว่า 1,000 ปี และยังเป็นเมือง ผลิต รถยนต์ที่สำคัญของญี่ปุ่น

พายเรือบนเม่น้ำยามาซากิกาวะ

ริมแม่น้ำยามาซากิกาวะ ได้ชื่อว่าเป็น ทางเดินสี่ฤดู (Shikinomichi) มีต้นซากุระเรียงราย ตลอดข้างทาง เป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ชาวญี่ปุ่นนิยม มาดูซากุระที่ริมแม่น้ำ ยามาซากิกาวะนี้เช่นกัน

การไปเดินชมซากุระที่ริมแม่น้ำยามาซากิกาวะนี้ ให้ไปโดย รถไฟใต้ดิน สายสีม่วง เมะอิโจ (Meijo Line) ลงที่สถานีมิซุโอะ-อันโดโจ-ฮิกาชิ (Mizuho-Undojo-Higashi Station) แล้ว เดินไปประมาณ 10 นาที

ต้นซากุระหน้าปราสาทนาโกย่า

ปราสาทนาโกย่า เป็นปราสาทที่สร้างตั้งแต่เริ่มต้นสมัยเอโดะ แต่ถูกทำลายไปมากช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2488 ต่อมาได้บูรณะขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2502

สัญลักษณ์ของปราสาทนาโกย่า คือ รูปสลักปลาหัวเสือทองคำ “คินชะจิ” (เป็นรูปสลักชะจิหุ้มทองเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น)

ไปปราสาทนาโกย่า โดยรถไฟใต้ดินสายสีม่วง เมะอิโจ (Meijo Line) ลงที่สถานีชิยุคุโชะ (Shiyakusho station) หรือจะไปโดยรถบัสเมกุรุ (Me~guru) ลงที่ปราสาทนาโกย่าเลย ค่าเข้าชมปราสาท 500 เยน ต่อคน

Note: อาคารพระราชวังเดิมอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม คาดว่าจะแล้วเสร็จ ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ. 2561 แต่ไม่มีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวมากนัก เพราะได้จัดเตรียมทางเดินชมไว้ให้

Note: ค่าโดยสารและค่าเข้าชม สามารถเปลี่ยนแปลงได้

มัตสึโมโตะ (Matsumoto):

มัตสึโมโตะ เมืองที่ใหญ่อันดับสอง ของจังหวัด นากาโน (Nagano Prefecture) และยังเป็นเมืองหน้าด่าน ของเทือกเขา เจแปนแอลป์ (Japanese Alps) เช่น เส้นทาง ทาเตยาม่า-โคโรเบะ (Tateyama-Kurobe Alpine Route)

ต้นซากุระข้างปราสาทมัตสีโมโตะ

มัตสึโมโตะ เป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิมที่ยังสมบูรณ์ และ สวยที่สุดของญี่ปุ่น  ปราสาทนี้สร้างอยู่บนพื้นราบ ซึ่งแตกต่าง จากปราสาทอื่นๆ ที่จะสร้างอยู่บนภูเขาหรือเนินเขา

เอกลักษณ์ของปราสาทนี้คือ มีหอคอยและป้อมปืน เชื่อมต่อกับโครงสร้างอาคารหลัก และมีสีโทนมืด จึงทำให้ เกิดความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และสุขุม จนได้รับฉายาว่าปราสาทอีกา (Fugashi-Jo)

ที่จุดชมวิวชั้น 6 ของปราสาทจะเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุด เพราะมองเห็นเทือกเขาเจแปนแอลป์ ที่สวยงาม และในฤดูซากุระ จะมีผู้คนมากมายมาชม ความงามของ ดอกซากุระที่ปราสาทแห่งนี้

การเดินทางไปปราสาทมัตสึโมโตะ สามารถเดินไปได้   จากสถานีรถไฟเจอาร์มัตสึโมโตะ (JR Matsumoto Station) ซึ่งจะใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที แต่ถ้าไม่อยากเดิน ก็มีรถบัสให้บริการ คือ รถบัสเวียนทาว์น สนีกเกอร์ นอร์ทเทิร์น (Town Sneaker Northern course bus loop line) โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที

ฮิโรซากิ (Hirosaki):

เป็นเมืองที่อยู่ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ซึ่งจังหวัด อาโอโมรินี้อยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู และยังเป็นเมืองท่า สำหรับนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยัง เกาะฮอกไกโด

ปราสาทฮิโรซากิกับ ซากุระด้านข้างที่สวยงาม

สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 เดิมมี 5 ชั้น แต่ถูกฟ้าผ่า เสียหาย จึงสร้างขึ้นใหม่ แต่มีแค่ 3 ชั้น ปราสาทนี้ตั้งอยู่ใน สวนสาธารณะฮิโรซากิ (Hirosaki Park)

ซึ่งปลูกต้นซากุระ หลากหลายพันธุ์มากกว่า 2,500 ต้น มีพื้นที่สำหรับนั่งปิกนิก ช่วงเย็นก็จะเปิดไฟประดับสวยงาม จึงเป็นสถานที่ ยอดนิยมในฤดูซากุระ

การเดินทางไปปราสาทนี้ ถ้าเริ่มต้นจากสถานีรถไฟเจอาร์ฮิโรซากิ (JR Hirosaki Station) ให้โดยสารรถบัสเวียนโดเตะมาจิ (Dotemachi Loop Bus) ที่วิ่งไปทางทิศตะวันตก

แล้วลงที่ป้ายชิยาคุโช-เมะ (Shiyakusho-mae bus stop) ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

ยามานาชิ (Yamanashi):

ยามานาช เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ไม่ติดทะเล ตั้งอยู่ ทางตะวันตก ของโตเกียว พื้นที่บางส่วนของภูเขาไฟฟูจิ และทะเลสาบ รอบภูเขาไฟฟูจิทั้ง 5 มีอาณาเขตอยู่ในจังหวัดยามานาชินี้ จึงได้ชื่อว่า เป็นจังหวัดที่มีทิวทัศน์งดงามอีกจังหวัดหนึ่ง

มองจากทะเลสาปรอบภูเขาฟูจิ

ทะเลสาบนี้อยู่ทางเหนือของตีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งสูงกว่า ระดับน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร ประกอบไปด้วย ทะเลสาบคาวากูจิ (Kawaguchiko) ทะเลสาบไซ (Saiko) ทะเลสาบยามานากะ (Yamanakako) ทะเลสาบโชจิ (Shojiko) และทะเลสาบโมโตซุ (Motosuko) ทะเลสาบทั้ง 5 นี้

เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิ แต่มีเพียงทะเลสาบคาวากูจิ (Kawaguchiko) เท่านั้น ที่ได้รับการพัฒนาให้ง่าย ต่อการเดินทาง มาเที่ยวชม ดังนั้นรอบๆทะเลสาบคาวากูจิ จึงมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ให้เลือกหลากหลาย และยังเป็นสถานที่ยอดนิยม ในการดูซากุระ

การเดินทางจากโตเกียวไปยังทะเลสาบคาวากูจิโดยรถไฟนั้น ให้ขึ้นรถไฟเจอาร์สายชูโอะ (JR Chuo Line) ที่สถานีรถไฟชินจุกุ (Shinjuku Station) แล้วไปลงที่สถานีรถไฟโอสึกิ (Otsuki Station )

จากนั้นไปขึ้นรถไฟสายฟูจิคิว (Fujikyu Railway Line) ไปยังสถานีรถไฟคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Station)

หลังจากนั้นต่อรถบัสท้องถิ่น (Retro Bus) ซึ่งมีให้บริการ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ สายคาวากูจิโก (Kawaguchiko Line) วิ่งเส้นทางทิศตะวันออกและ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของทะเลสาบคาวากูจิ และสายไซโก (Saiko Line) วิ่งเส้นทางทิศใต้ของทะเลสาบคาวากูจิ และรอบๆทะเลสาบไซ (Lake Saiko)

เจดีย์ชูเระโตะ และ ภูเขาไฟฟูจิ

เเจดีย์ชูเระโตะ หรือเจดีย์แดง ป็นเจดีย์ 5 ชั้น ตั้งอยู่บนเนินเขา และตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของศาลเจ้าอาราคุระ เซนเกน (Arakura Sengen Shrine)

ถ้ามองจากเจดีย์นี้จะเห็นวิวของเมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida City) และภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ไกลออกไป ได้อย่างชัดเจน ทำให้เจดีย์แดง นี้เป็นสถานที่ยอดนิยม ทั้งในฤดูใบไม้ผลิ เพื่อดูดอกซากุระบาน และความงามของใบไม้หลากสี ในฤดูใบไม้ร่วง

การเดินทางไป เจดีย์ชูเระโตะนี้ ถ้าเริ่มต้นจากโตเกียว ให้ขึ้นรถไฟเจอาร์สายชูโอะ (JR Chuo Line) ที่สถานีรถไฟชินจุกุ (Shinjuku Station)

แล้วไปลงที่สถานีรถไฟโอสึกิ (Otsuki Station ) จากนั้นไปขึ้นรถไฟ สายฟูจิคิว (Fujikyu Railway Line) ไปยังสถานีรถไฟชิโม-โยชิดะ (Shimo-Yoshida Station) แล้วเดินต่อไปอีก 15 นาที

โตเกียว (Tokyo):

โตเกียวเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เป็นมหานคร ที่มีชื่อเสียงและวุ่นวายแห่งหนึ่งของโลก สถานที่นิยม ดูดอกซากุระในโตเกียวมีหลายแห่งด้วยกัน เช่น

ประชาชนเดินไปมาในสวนอุเอโนะ

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางกรุงโตเกียว ที่เก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปัจจุบันมีสถานที่ท่องเที่ยว อยู่ในบริเวณ สวนหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ วัด และสวนสัตว์ สวนแห่งนี้มี ต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น จึงทำให้คนจำนวนมาก นิยมมาดู ดอกซากุระ ที่สวนอุเอโนะแห่งนี้

การเดินทางไป สวนอุเอโนะ นั้นไม่ยาก เพราะสวนอยู่ติดกับ สถานีรถไฟเจอาร์อุเอะโนะ (JR Ueno Station) เพียงแค่มองหา ป้ายทางออกไปสวน (Park Exit)

ใบซากุระร่วงลงเต็มพื้น ในสวนชินจูกุเกียวเอ็น

เป็นหนึ่งในสวนขนาดใหญ่ และเป็นที่นิยมมาก สวนหนึ่ง ของโตเกียว ถึงแม้จะต้องเสียค่าเข้าชม แต่สวนแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่า เป็นสถานที่ดีที่สุด สำหรับการชม ดอกซากุระในโตเกียว ภายในสวน มีแบ่งเป็น สวนญี่ปุ่น สวนอังกฤษ และสวนสไตล์ฝรั่งเศส เป็นต้น

สวนชินจูกุเกียวเอ็น แห่งนี้มีประตูทางเข้า 3 ทาง ได้แก่

  1. ประตูชินจูกุ (Shinjuku Gate) ถ้ามาจากสถานีรถไฟเจอาร์ชินจูกุ ให้ออกทางออกนิวเซาต์ (New South Exit) ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที แต่ถ้ามาโดยรถไฟใต้ดิน ให้ลงที่สถานีรถไฟชินจูกุเกียวเอ็นมาเอะ (Shinjukugyoenmae Station) ของรถไฟใต้ดินสายมารุโนะอุชิ (Marunouchi Subway Line) จะใช้เวลาเดินสั้นกว่าครึ่งนึง
  2. ประตูโอคิโด (Okido Gate) ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที จากสถานีรถไฟใต้ดินจูกุเกียวเอ็นมาเอะ (Shinjukugyoenmae Station)  ของรถไฟใต้ดินสายมารุโนะอุชิ (Marunouchi Subway Line)
  3. ประตูเซนดะกายะ (Sendagaya Gate) ถ้าจะไปประตูนี้ ต้องลงที่สถานีรถไฟเจอาร์เซนดะกายะ (JR Sendagaya Station) ของสายท้องถิ่นชูโอะหรือโซบุ (local Chuo/Sobu Line ) เดินไปประมาณ 5 นาที
พายเรือในสวนชิโดริงาฟุจิ ชมซากุระ

สวนนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของพระราช วังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ภายในสวนมีต้นซากุระ หลากหลายพันธุ์เกือบ 300 ต้น มีผู้คนมากกว่า 1 ล้านคน นิยมไปดูดอกซากุระที่สวนแห่งนี้

จุดเด่นของสวนนี้ คือ มีเรือพายให้เช่า ทำให้สามารถพายเรือ ชมความงาม ของดอกซากุระได้จากกลางน้ำ และในช่วงกลางคืน ของฤดูชมซากุระ จะมีการเปิดไฟส่องตามต้นซากุระด้วย

การเดินทางไปสวนชิโดริงาฟุจิ โดยรถไฟใต้ดิน ไปได้หลายสาย และหลายสถานี แต่จะใกล้ไกลต่างกัน สถานีรถไฟใต้ดิน ที่สามารถเดิน ไปสวนชิโดริงาฟุจิได้

คือ สถานีคุดันชิตะ  Kudanshita Station สถานีฮันโซมอง (Hanzomon Station) สถานีโทเอะอิ อิชิกายะ (Toei Ichigaya Station) และสถานีทาเคบาชิ (Takebashi Station)

ฟุกุชิมะ (Fukushima):จังหวัด

เป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ 90% ของฟุกุชิมะนั้นปลอดภัย สำหรับการท่องเที่ยวและอยู่อาศัย มีแค่เพียง 10% เท่านั้น ที่เป็นพื้นที่หวงห้าม เนื่องจากเป็นสถานที่ ตั้งของ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ต้นทากิซากุระ

ต้นทากิซากุระ เป็นต้นซากุระเดี่ยว ที่ชาวญี่ปุ่นยก ให้เป็นต้นซากุระที่ ติดอันดับสวยที่สุดในญี่ปุ่น

ลักษณะเด่นของต้นซากุระต้นนี้ คือ คาดว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี ต้นมีความสูงถึง 12 เมตร มีกิ่งก้านสาขาแผ่ไป ทางทิศ ตะวันออกถึงทิศตะวันตกยาว 20 เมตร ทิศเหนือจรดทิศใต้ 18 เมตร และ โน้มต่ำลงมาคล้ายกับน้ำตก

ลำต้นมีเส้นรอบวงยาว 9.5 เมตร เนื่องจาก ลักษณะของกิ่งก้าน ที่โน้มต่ำลง คล้ายน้ำตก จึงได้ชื่อว่า ซากุระน้ำตก (Takizakura)

นอกจากต้นทากิซากุระต้นนี้แล้ว รอบๆพื้นที่ก็มีซากุระ สายพันธุ์อื่นให้ชมเช่นเดียวกัน เนื่องจากต้นทากิซากุระ ที่เมือง มิฮารุนี้ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล การเดินทางไปโดยรถสาธารณะ จึงค่อนข้างจำกัด

โดยให้ขึ้นรถบัสที่สถานีรถไฟเจอาร์มิฮารุ (JR Miharu Station) ใช้เวลาเดินทาง 20-40 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 200 เยน แต่ถ้ามนช่วงฤดูซากุระ จะมีรถเสริม ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที ค่าโดยสารไปกลับ รวมค่าเข้าชมต้นไม้ 1,000 เยน

Note: ค่าโดยสารและค่าเข้าชม สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ต้นซากุระที่สวนฮานามิยามา

สวนฮานามิยามา เดิมเกษตรกรปลูกไม้ประดับและดอกไม้ ไว้ในบนเนินเขารอบๆพื้นที่ส่วนตัว ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 จึงเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะ

ซึ่งในฤดูซากุระ มีผู้เข้ามาชมความงาม ความหลากหลาย ของซากุระ และพันธุ์ไม้อื่นๆ ในหุบเขาแห่งนี้ หลายพันคน และนักท่องเที่ยวยังจะได้เห็น ทัศนียภาพอันสวยงาม ของเทือกเขาอาซูมะ (Azuma Mountains) ที่อยู่ไกลออกไป จากสวนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ในช่วงฤดูซากุระ จะมีรถรับส่ง (Shuttle bus) วิ่งระหว่าง สถานีรถไฟ กุชิมะ (Fukushima Station) และ ฮานามิยามา (Hanamiyama) ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที ค่าโดยสาร 250 เยน สำหรับการเดินทาง เที่ยวเดียว โดยรถจะออกทุกๆ 15-30 นาที

ที่ป้ายจอดรถหมายเลข 6 ทางตะวันออก ของสถานีสถานีรถไฟ กุชิมะ (Fukushima Station)  แต่ถ้าต้องการเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ก็จะใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง จากสถานีรถไฟกุชิมะ (Fukushima Station) หรือถ้าอยากไปถึงแบบสบายๆ ก็ให้นั่งแท็กซี่ไปแทน ค่าโดยสารเที่ยวเดียว ประมาณ 1,500 เยน ใช้เวลา 15 นาที

Note: ค่าโดยสารและค่าเข้าชม สามารถเปลี่ยนแปลงได้

Google+ Facebook TwitterLine
Top page, ขึ้นไปข้างบน