| ผาต่างๆล้วนเป็นแนวผาหินที่มีความงดงามทั้งสิ้น มีลักษณะ เว้าแหว่ง เป็นรูปทรงที่งดงาม มีด้นสนภูเขาที่ลำต้นอ่อนช้อย กิ่งก้าน คดโค้ง ไปมา ราวกับ บอนไซ บางต้นมีกิ่งก้าน ยื่นเลย หน้าผา ออกไป อย่างไม่ หวั่นเกรง ต่อแรงลม |
| ผาเหยียบเมฆ ที่มักจะมีเมฆหมอกลอยอยู่เบื้องล่าง เมื่อไปยืนจึงเสมือน จะเหยียบลง ไปบนเมฆได้เลย ในบรรดาผาชมวิวทั้งหมด บนยอดภูกระดึง
คงจะไม่มี ผาใดงดงาม
ไปกว่า ผาหล่มสัก |
| ผาหล่มสัก ผาที่งดงามเป็นอมตะมาทุกยุคทุกสมัย เป็นจุดชมตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงาม เป็นผาหินแผ่นมหึมา ยื่นออกไป ในท้องฟ้า มีต้นสนภูเขาขึ้นเคียงข้าง แผ่กิ่งก้านประกอบฉากอย่างงดงาม นักท่องเที่ยว นิยมมาถ่ายภาพ บนผาหล่มสักกลับไป เป็นที่ระลึก ยิ่งถ้าได้นั่ง ทำท่าซึ้งในบรรยากาศ หรือคิดถึงใครบางคนด้วยแล้ว เรียกว่า หากมา ภูกระดึงแล้ว ไม่ได้ถ่ายภาพบน ผาหล่มสัก ก็เหมือน ยังมา ไม่ถึง ภูกระดึง นอกจาก จุดชมวิวแล้ว น้ำตกบนภูกระดึงเป็นอีกหนึ่งความงดงาม ยิ่งใน |
ช่วงปลายเดือน ตุลาคมหรือช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกบนภูกระดึงจะงดงาม ด้วยสายน้ำที่ไหลเต็มผาน้ำตก นักท่องเที่ยว มัก เริ่มต้น จาก น้ำตกวังกวาง เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้บริเวณที่พักมากที่สุด น้ำตกวังกวางเป็น น้ำตกขนาดเล็ก ชั้นเดียว สูงราว 10 เมตร
งดงามด้วยแมกไม้เขียวขจี มีแก่งหินเรียงรายอยู่ตามลำธาจากน้ำตกวังกวาง เดินตัดทุ่งหญ้าและป่าสน ที่มีทั้งสนสองใบ และ สนสามใบ ไม่นานนักก็จะเข้าบริเวณป่าดิบ |
| สภาพพื้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นเนินเขาสลับป่าดิบและลานหินทราย เข้าสู่ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ เป็นน้ำตกที่กว้างใหญ่ สวยงาม ผาน้ำตก สูงราว 15 เมตร บริเวณน้ำตกมีลานหินกว้างให้นั่งชมความงามของน้ำตกได้เป็นอย่างดีเดินตามธารน้ำไป จะพบน้ำตกที่งดงามอีก 2 แห่งคือ
น้ำตกโผนพบ
และ น้ำตกเพ็ญพบ ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติของผืนป่า ตามริมธารร่มรื่นด้วยใบของต้นเมเปื้ล |
| หากเป็นช่วงฤดูหนาวใบเมเปื้ลที่เขียวขจีจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
สดใส สวยงามไปทั้งผืนป่า ก่อนจะร่วงหล่นสู่สายน้ำเบื้องล่าง หรือ หล่นลงบนลานหินแต่งแต้มสีสันให้ผืนป่าบทเพลงใบไม้ร่วง
บนภูกระดึง เริ่มราวต้นเดือนธันวาคม ประมาณสองสัปดาห์ ก็จะร่วงหล่นหมดต้น จากน้ำตกเพ็ญพบ และน้ำตกโผนพบ มีทางเดินเข้าสู่ป่าดงดิบลึกเข้าไปยัง |
| น้ำตกผาน้ำผ่า ที่สูงราว 80 เมตร เป็นน้ำตกที่สูงใหญ่ที่สุดในบรรดาน้ำตกบนภูกระดึง แต่การเดินทางเข้าสู่น้ำตกผาน้ำผ่า ควรจะมีเจ้าหน้าที่นำทาง เพื่อป้องกันการพลัดหลงจากกลุ่มน้ำตกบริเวณนี้ สามารถเดิน วกกลับเป็นวงรอบผ่าน
น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกเล็กๆ บริเวณรอบ น้ำตกเป็น ดงกุหลาบป่าสีแดง ที่ออกดอกผลิบานใน เดือนกุมภาพันธ์ไป จนถึงต้นฤดูร้อน ในยามนั้น ผืนป่า ทั่วทั้งบริเวณ จะงดงามไปด้วย สีสันของกลีบกุหลาบ |
| จากน้ำตกถ้ำใหญ่กลับมาทางที่ทำการอุทยานฯ จะผ่านน้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกเล็กๆที่มีต้นกุหลาบป่าสีแดงมากมายขึ้นอยู่ริมน้ำตก นอกจากเส้นทางสายน้ำตกที่กล่าวมาแล้ว
ยังมีอีกหนึ่งเส้นทางคือ จากที่ทำการฯผ่านมาตาม
ทุ่งสนดอนมน เป็นบริเวณทุ่งสน ที่เรียงราย
อย่างเป็นระเบียบ ลำต้นตรงขึ้นเรียงราย เป็นแนวงดงามมาก จากลานสนดอนมน จะมีทางนำไปยัง น้ำตกพระองค์
เป็นน้ำตกเล็กๆ ริมทาง ก่อนที่จะเข้าสู่ ลานสนดอนยาว เป็นลานสน กว้างใหญ่ที่งดงามอีกแห่ง พ้นจากลานสนดอนยาว |
| จะพบกับ น้ำตกถ้ำสอเหนือ และ น้ำตกถ้ำสอใต้ ที่อยู่ใกล้ๆกัน บริเวณน้ำตกทั้งสองแห่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบ มีต้นเมเปิ้ล ขึ้นแซมอยู่ทั่วบริเวณ ยามที่ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีแดงทำให้บริเวณรอบน้ำตกถ้ำสอทั้งสอง
งดงามยิ่งนัก บางช่วงของ เส้นทางเดิน ถูกปูลาดด้วยใบเมเปิ้ลราวกับพรม งามจนนักท่องเที่ยวแทบจะไม่อยากเดินเหยียบย่ำลงไปจากดงกุหลาบป่า เดินเยื้องไปทางตะวันตกราว
3 กิโลเมตร จะพบกับ จุดชมวิวผาหล่มสัก ซึ่งเส้นทางเดินเที่ยว ชมธรรมชาติเส้นนี้ มักจะสิ้นสุด ลงด้วย การรอชม พระอาทิตย์ตก
ที่ผาหล่มสัก จากน้ำตกถ้ำสอใต้ จะเป็นลาน ต้นกุหลาบป่าสีขาว ที่จะผลิบานรับฤดูร้อน |
| ราวปลายเดือน กุมภาพันธ์
ต้นเดือนมีนาคม ในยามนั้นท้องทุ่งบริเวณนี้
จะขาวพราวไปด้วย
กุหลาบขาวกลีบบาง บานเต็มท้องทุ่งราว หนึ่งเดือน
ก็จะร่วงโรย น้ำตกขุนพอง เป็นน้ำตกที่มีความงามแห่งหนึ่ง แต่อยู่ลึกเข้าไปในเขตป่าดงดิบ |
| ต้องใช้เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำทางเข้าไปชม ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล เป็นเส้นทางที่สูงชัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่จะเข้าไปเที่ยวชม น้ำตกขุนพอง คือช่วงต้นเดือนธันวาคม เป็นช่วงที่ใบเมเปิ้ลเปลี่ยน เป็นสีแดง ที่ริมน้ำตกมีต้นเมเปิ้ล ต้นใหญ่เป็นฉากด้านหน้า งดงามยิ่งนัก |