Web Board เมื่อมีคำถาม
 
 
 
 
web stats analysis  
 
   

ความงดงามและเสน่ห์ของภูกระดึง

เป็นมนต์ขลัง ที่ทำให้ผู้รักธรรมชาติ หลงใหล ไม่เสื่อมคลาย หลาย คนเคย เดินทาง มาเยือนนับสิบครั้ง อะไรบนยอดภูกระดึง ที่ทำให้ พวกเขา เหล่านั้น หลงใหล จนต้องย้อน กลับมาครั้งแล้ว..ครั้งเล่า
นักเขียน นักกวี ศิลปิน นักแต่งเพลง และ ใครต่อใครอีกมากมาย ที่ได้ขึ้น ไปสัมผัส ดื่มด่ำความงาม และมนต์เสน่ห์ของภูกระดึง นำไป เป็น แรงบันดาลใจ กลั่นกรอง มาเป็น งานเขียน บทกวี บทเพลง อันซาบซึ้ง ตรึงใจ มากมาย บทเพลงแห่งความงดงาม จะเริ่มขึ้น.. แต่เช้าตรู่ ตั้งแต่ ตะวัน ยังไม่พ้น ขอบฟ้า นักท่องเที่ยว จะตื่นกัน ตั้งแต่ ตีสี่ตีห้า เดินมุ่งหน้าราว 2 กิโลเมตร สู่ริมผา ด้านตะวันออก... ผานกแอ่น.. ผาหินยอดฮิต ที่เป็น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยที่สุด

เช้าตรู่กลางฤดุหนาว ที่ผานกแอ่น

จุดชมวิวยามเช้าที่สวยงาม ความงดงามของแสงสีแดง ขณะเริ่ม จับขอบฟ้า จะทำให้ทุกคน ยิ้ม มีความสุข ลืมความเหน็บหนาว และ ความง่วงงุน หากเป็น หน้าร้อนฟ้าโปร่ง จะมองเห็นที่ราบกว้างใหญ่ เบื้องล่าง มองเห็นทิวเขาอยู่ลิบๆ และ หากเป็นเช้าของ ปลายฝน ต้นหนาว ใต้ผานกแอ่น จะถูกปกคลุมด้วย ทะเลหมอก อันหนาแน่น ราวกับ ผืนทะเลสีขาว..นวลตา ไม่นาน ตะวัน ดวงกลมโต จะโผล่พ้น ทะเลหมอกขึ้นมาทักทายเหล่านักเดินทาง

พื้นที่ราบ บนยอดภูกระดึง มีรูปร่างคล้ายกับใบบอน หรือ รูปหัวใจ โดยรอบ ขอบภูจะเป็นผาชัน และ พื้นที่ จะลุ่มต่ำลง ไปยังพื้นที่ ป่าดงดิบ ด้านล่าง ตามริมผาหิน มีเส้นทางเดินเท้า สามารถเดิน เลาะไปตามทาง

มีจุดชมวิวมากมายเรียงรายกันอยู่ เริ่มจาก ผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาจำศีล ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาแดง และ ผาอมตะผาสุดท้ายคือ ผาหล่มสัก

สีสันของกาลเวลา บนภูกระดึง สีสันอันสวยหวาน ของภูกระดึง เริ่มแย้มให้เราสัมผัสเมื่อ ...

เดือนตุลาคม มนต์เสน่ห์ในม่านหมอก ฝนยังคงไม่ลาจากไป แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรค สำหรับ ผู้ที่ ต้องการพิชิตภูกระดึง พระอาทิตย์ยามเช้าที่ผานกแอ่น จะขาวนวล ดังจันทร์เพ็ญ สายหมอกปกคลุม ทั้งกลางวัน และ กลางคืน ทั่วสายธาร ตลอดจนทุกสิ่ง ดูสวยงาม ราวภาพ ในเทพนิยาย เสน่ห์แห่งสายหมอก
เดือนพฤศจิกายน ปลายฝนต้นหนาว เดือนแห่ง ทะเลหมอก ขาว.. ราวในฝัน
เดือนธันวาคม อุณหภูมิที่ลดต่ำกับใบเมเปิ้ลสีแดง ยามเช้า กับแม่คะนิ้ง ..ที่ยอดหญ้าและใบไม้กลายเป็นน้ำแข็ง ส่องแสง แวววาวยามต้องแสงอาทิตย์
เดือนมกราคม ป่าเปลี่ยนสีกับฟ้าสีคราม ความงามของ ใบไม้เปลี่ยนสี เหลือง แดง ทั่วทั้งป่า ก่อนจะร่วงหล่น จน หมดต้น
เดือนกุมภาพันธ์ กุหลาบพันปีสีแดง ในเดือนแห่งความรัก มาพร้อมกับการจากไปของสายน้ำตกบางสาย แต่ที่บริเวณ น้ำตกสอเหนือและน้ำตกสอใต้ ความงามของ สายธาร และ กุหลาบพันปีสีแดง รออยู่
เดือนมีนาคม กุหลาบแดงจากไป กุหลาบป่าสีขาว เข้ามา แทนที่ พร้อมกับปุยเมฆขาว
เดือนเมษายน หลังวันสงกรานต์สองสามวัน ชาวบ้านจะ ขึ้นมา สรงน้ำพระบนยอดภู ที่ลานพระพุทธเมตตา เรียกว่า บุญวันเนาว์
เดือนพฤษภาคม เดือนสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาล ท่องเที่ยว ภูกระดึง ดอกเอื้อง และกล้วยไม้ป่า พากันอวดโฉม ให้ สัมผัส ก่อนที่จะซ่อนตัวจากผู้คน
ผาต่างๆล้วนเป็นแนวผาหินที่มีความงดงามทั้งสิ้น มีลักษณะ เว้าแหว่ง เป็นรูปทรงที่งดงาม มีด้นสนภูเขาที่ลำต้นอ่อนช้อย กิ่งก้าน คดโค้ง ไปมา ราวกับ บอนไซ บางต้นมีกิ่งก้าน ยื่นเลย หน้าผา ออกไป อย่างไม่ หวั่นเกรง ต่อแรงลม
ผาเหยียบเมฆ ที่มักจะมีเมฆหมอกลอยอยู่เบื้องล่าง เมื่อไปยืนจึงเสมือน จะเหยียบลง ไปบนเมฆได้เลย ในบรรดาผาชมวิวทั้งหมด บนยอดภูกระดึง คงจะไม่มี ผาใดงดงาม ไปกว่า ผาหล่มสัก
ผาหล่มสัก ผาที่งดงามเป็นอมตะมาทุกยุคทุกสมัย เป็นจุดชมตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงาม เป็นผาหินแผ่นมหึมา ยื่นออกไป ในท้องฟ้า มีต้นสนภูเขาขึ้นเคียงข้าง แผ่กิ่งก้านประกอบฉากอย่างงดงาม นักท่องเที่ยว นิยมมาถ่ายภาพ บนผาหล่มสักกลับไป เป็นที่ระลึก ยิ่งถ้าได้นั่ง ทำท่าซึ้งในบรรยากาศ หรือคิดถึงใครบางคนด้วยแล้ว เรียกว่า หากมา ภูกระดึงแล้ว ไม่ได้ถ่ายภาพบน ผาหล่มสัก ก็เหมือน ยังมา ไม่ถึง ภูกระดึง นอกจาก จุดชมวิวแล้ว น้ำตกบนภูกระดึงเป็นอีกหนึ่งความงดงาม ยิ่งใน

ช่วงปลายเดือน ตุลาคมหรือช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกบนภูกระดึงจะงดงาม ด้วยสายน้ำที่ไหลเต็มผาน้ำตก นักท่องเที่ยว มัก เริ่มต้น จาก น้ำตกวังกวาง เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้บริเวณที่พักมากที่สุด น้ำตกวังกวางเป็น น้ำตกขนาดเล็ก ชั้นเดียว สูงราว 10 เมตร งดงามด้วยแมกไม้เขียวขจี มีแก่งหินเรียงรายอยู่ตามลำธาจากน้ำตกวังกวาง เดินตัดทุ่งหญ้าและป่าสน ที่มีทั้งสนสองใบ และ สนสามใบ ไม่นานนักก็จะเข้าบริเวณป่าดิบ

สภาพพื้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นเนินเขาสลับป่าดิบและลานหินทราย เข้าสู่ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ เป็นน้ำตกที่กว้างใหญ่ สวยงาม ผาน้ำตก สูงราว 15 เมตร บริเวณน้ำตกมีลานหินกว้างให้นั่งชมความงามของน้ำตกได้เป็นอย่างดีเดินตามธารน้ำไป จะพบน้ำตกที่งดงามอีก 2 แห่งคือ น้ำตกโผนพบ และ น้ำตกเพ็ญพบ ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติของผืนป่า ตามริมธารร่มรื่นด้วยใบของต้นเมเปื้ล
หากเป็นช่วงฤดูหนาวใบเมเปื้ลที่เขียวขจีจะเปลี่ยนเป็นสีแดง สดใส สวยงามไปทั้งผืนป่า ก่อนจะร่วงหล่นสู่สายน้ำเบื้องล่าง หรือ หล่นลงบนลานหินแต่งแต้มสีสันให้ผืนป่าบทเพลงใบไม้ร่วง บนภูกระดึง เริ่มราวต้นเดือนธันวาคม ประมาณสองสัปดาห์ ก็จะร่วงหล่นหมดต้น จากน้ำตกเพ็ญพบ และน้ำตกโผนพบ มีทางเดินเข้าสู่ป่าดงดิบลึกเข้าไปยัง
น้ำตกผาน้ำผ่า ที่สูงราว 80 เมตร เป็นน้ำตกที่สูงใหญ่ที่สุดในบรรดาน้ำตกบนภูกระดึง แต่การเดินทางเข้าสู่น้ำตกผาน้ำผ่า ควรจะมีเจ้าหน้าที่นำทาง เพื่อป้องกันการพลัดหลงจากกลุ่มน้ำตกบริเวณนี้ สามารถเดิน วกกลับเป็นวงรอบผ่าน น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกเล็กๆ บริเวณรอบ น้ำตกเป็น ดงกุหลาบป่าสีแดง ที่ออกดอกผลิบานใน เดือนกุมภาพันธ์ไป จนถึงต้นฤดูร้อน ในยามนั้น ผืนป่า ทั่วทั้งบริเวณ จะงดงามไปด้วย สีสันของกลีบกุหลาบ
จากน้ำตกถ้ำใหญ่กลับมาทางที่ทำการอุทยานฯ จะผ่านน้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกเล็กๆที่มีต้นกุหลาบป่าสีแดงมากมายขึ้นอยู่ริมน้ำตก นอกจากเส้นทางสายน้ำตกที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเส้นทางคือ จากที่ทำการฯผ่านมาตาม ทุ่งสนดอนมน เป็นบริเวณทุ่งสน ที่เรียงราย อย่างเป็นระเบียบ ลำต้นตรงขึ้นเรียงราย เป็นแนวงดงามมาก จากลานสนดอนมน จะมีทางนำไปยัง น้ำตกพระองค์ เป็นน้ำตกเล็กๆ ริมทาง ก่อนที่จะเข้าสู่ ลานสนดอนยาว เป็นลานสน กว้างใหญ่ที่งดงามอีกแห่ง พ้นจากลานสนดอนยาว
จะพบกับ น้ำตกถ้ำสอเหนือ และ น้ำตกถ้ำสอใต้ ที่อยู่ใกล้ๆกัน บริเวณน้ำตกทั้งสองแห่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบ มีต้นเมเปิ้ล ขึ้นแซมอยู่ทั่วบริเวณ ยามที่ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีแดงทำให้บริเวณรอบน้ำตกถ้ำสอทั้งสอง งดงามยิ่งนัก บางช่วงของ เส้นทางเดิน ถูกปูลาดด้วยใบเมเปิ้ลราวกับพรม งามจนนักท่องเที่ยวแทบจะไม่อยากเดินเหยียบย่ำลงไปจากดงกุหลาบป่า เดินเยื้องไปทางตะวันตกราว 3 กิโลเมตร จะพบกับ จุดชมวิวผาหล่มสัก ซึ่งเส้นทางเดินเที่ยว ชมธรรมชาติเส้นนี้ มักจะสิ้นสุด ลงด้วย การรอชม พระอาทิตย์ตก ที่ผาหล่มสัก จากน้ำตกถ้ำสอใต้ จะเป็นลาน ต้นกุหลาบป่าสีขาว ที่จะผลิบานรับฤดูร้อน
ราวปลายเดือน กุมภาพันธ์ ต้นเดือนมีนาคม ในยามนั้นท้องทุ่งบริเวณนี้ จะขาวพราวไปด้วย กุหลาบขาวกลีบบาง บานเต็มท้องทุ่งราว หนึ่งเดือน ก็จะร่วงโรย น้ำตกขุนพอง เป็นน้ำตกที่มีความงามแห่งหนึ่ง แต่อยู่ลึกเข้าไปในเขตป่าดงดิบ
ต้องใช้เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำทางเข้าไปชม ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล เป็นเส้นทางที่สูงชัน ช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่จะเข้าไปเที่ยวชม น้ำตกขุนพอง คือช่วงต้นเดือนธันวาคม เป็นช่วงที่ใบเมเปิ้ลเปลี่ยน เป็นสีแดง ที่ริมน้ำตกมีต้นเมเปิ้ล ต้นใหญ่เป็นฉากด้านหน้า งดงามยิ่งนัก

ช่างภาพมักเข้าไปเก็บภาพกันเสมอ ใกล้ๆน้ำตกขุนพอง มีน้ำตกเล็กๆ ชื่อ น้ำตกหงษ์ทอง น้ำตกสายทิพย์ จากนั้น สามารถ เดินวกกลับขึ้นมา ชมน้ำตกผาน้ำผ่าแล้ว.. เดินตัด กลับมา บริเวณที่พัก โดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิม นอกจาก ภูมิประเทศอันงดงามของภูกระดึง

ระดับความสูงเฉลี่ยราวพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ภูกระดึงเป็นแหล่งรวมของพืชพันธุ์ ไม้ดอก ไม้ใบ อันงดงามแปลกตา นอกจากกุหลาบป่า และ ใบเมเปิ้ล ที่สวยงามแล้ว ความงาม ความน่ารักของดอกหญ้า ดอกว่าน ดอกเอื้อง กล้วยไม้ป่า และ กล้วยไม้ดิน ยังช่วยแด่งแต้ม สีสันให้กับ ภูกระดึงมากยิ่งขึ้น การเดินเท้าเที่ยวชม ธรรมชาติ บนภูกระดึง สามารถทำได้ ด้วยตัวเองไม่ยาก เนื่องจาก มี แผนที่ และ ป้ายบอกเส้นทาง พร้อมระยะทาง เป็นจุดๆ

น้ำตกที่ภูกระดึง
หรือ ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้นำทางเที่ยวชม ก็ได้ วันเวลา อันงดงาม บนภูกระดึง ยังคงหมุน เปลี่ยนไปตาม ฤดูกาล มนต์เสน่ห์ ของภูกระดึง ยังคงทำให้ หลายต่อหลายคน แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน สืบทอดตำนานกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ข้อมูลการเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ค่าธรรมเนียมการเข้าชมอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นั้น คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 500 บาท และเด็ก 250 บาท และค่าจ้างลูกหาบ ราคากิโลกรัมละไม่เกิน 30 บาท

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้ภูกระดึงคงคุณค่าอย่างยั่งยืน อาทิ การลดปริมาณขยะ การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึง และโครงการมัดจำบรรจุภัณฑ์

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภดภูกระดึง จังหวัดเลย มีพื้นที่ประมาณ 348 ตารางกิโลเมตร หรือราว 217,576 ไร่ พื้นที่ราบ บนยอดภู มีพื้นที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 37,500 ไร่ ระดับความสูงเฉลี่ยราว 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ยอดเขาที่สูงที่สุดสูงประมาณ 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2505

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ

เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ-เลย ลงรถที่ผานกเค้า จากนั้นต่อรถสองแถวเข้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงอีกที

เดินทางโดยรถยนต์

เส้นทางแรก ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ตรงไปยังสระบุรี จากนั้นตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 21 มุ่งสู่เพชรบูรณ์ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 12 จนถึงหล่มสัก ใช้เส้นทางสายหล่มสัก-ชุมแพ เมื่อผ่านอำเภอคอนสาน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ที่มุ่งสู่จังหวัดเลย จากนั้นเลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 2019 สู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

เส้นทางที่สอง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านนครราชสีมา ตรงไปขอนแก่น ถึงขอนแก่นเลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เลยชุมแพ ก่อนถึง อำเภอคอนสาน เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ที่ไปจังหวัดเลย จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 2019 สู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

เส้นทางที่สาม ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านอำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านสีคิ้ว ผ่านจังหวัดชัยภูมิ ผ่านอำเภอภูเขียว เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ที่ไปจังหวัดเลย จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 2019 สู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ที่พักบนภูกระดึง
ก่อนที่ภูกระดึงจะอวดโฉมให้ยลความงามอีกครั้ง วางแผนการเดินทางและจองที่พักเสียแต่เนิ่นๆ
ทางอุทยานฯเปิดให้จองที่พักล่วงหน้าได้ 60 วัน จะจองออนไลน์ หรือทางโทรศัพท์ก็ได้แล้วแต่ไม่ว่ากัน

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว และพักค้างคืนบนยอดภูกระดึง ควรวางแผนการเดินทาง และ สำรองที่พักล่วงหน้า เพราะมีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว เพียงวันละ 5,300 คน (ข้างบนยอดภูกระดึง 5,000 คน และ ที่พักบริเวณศูนย์ บริการด้านล่างอีก 300 คน) เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ สำรองที่พักของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 02 562 0760
เว็บไซต์สำหรับ สำรองที่พัก เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง http://www.dnp.go.th/

ค้นหาสิ่งที่ต้องที่นี่ >>>
วางแผนก่อนเดินทาง ขับรถเที่ยวแม่ฮ่องสอน เที่ยวเกาะช้าง ตลาดน้ำท่าคา อาการเจ็ทแล็ก ภูกระดึง
เจ้าถิ่นออสเตรเลีย Aboriginal ตลาดน้ำคลองบางน้อย บ้านใหม่ ตลาดร้อยปี เขาสามร้อยยอด ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะเสม็ด
Home E-Ticket Tour Hotel Booking. Visa Car Rental Contact Us
copyright plan travel.com