Web Board เมื่อมีคำถาม
   สถิติเว็บไซต์ web log free
 

อาการ เมา เวลา Jet Lag เมื่อเดินทางโดยเครื่องบินไกลๆ

อาการเจ็ทแล็ก หรือ อาการเมาเวลา
เกิดจากการที่เราต้องเดินทางข้ามเขตแบ่งเวลาหลายๆเขต ในการเดินทางจากตะวันออก ไปทางตะวันตก หรือในทางกลับกันในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ร่างกายของเราที่ยังคงคุ้นกับเวลาเดิมอยู่ปรับตัวไม่ทัน

ยกตัวอย่างเช่น

เดินทางจากกรุงเทพฯไปนิวยอร์ก ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเราไป 12 เขตแบ่งเวลา และมีเวลาช้ากว่าเรา 12 ชั่วโมง เวลาเที่ยงคืนที่นิวยอร์ก จะเป็นเวลาเที่ยงวัน ที่กรุงเทพฯ ร่างกายของเรา ที่ยังคุ้นเคย กับ เวลาของเมืองไทยอยู่ ก็จะทำงานตาม เวลาในเมืองไทย เราจึงจะไม่รู้สึกง่วงเลย พยายามจะนอนก็นอนไม่หลับเพราะยังไม่ใช่เวลานอน พอเวลาเที่ยงหรือบ่ายๆที่นิวยอร์ก เราก็จะง่วงนอนเสียนี่ (ก็มันเที่ยงคืนบ้านเราเข้าไปแล้ว)

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ ร่างกายของเราจะมีการทำงาน ที่เป็นไปตามรอบของเวลาในแต่ละวัน เหมือนกับมีนาฬิกาอยู่ข้างในตัวเรา ข้อที่เป็นปัญหาเวลาเดินทางคือ เราไม่สามารถจะตั้งเวลาให้เจ้านาฬิกาเรือนนี้ใหม่ ได้ง่ายๆเหมือนตั้งเวลานาฬิกาข้อมือ

time
นาฬิกาภายในตัวเรา จะปรับตัวหรือตั้งเวลาของมันใหม่ตามสิ่งแวดล้อม และเวลาที่เปลี่ยนไป ได้เหมือนกันแต่ต้องใช้เวลานาน คือ ข้ามเขตเวลาไปหนึ่งเขต จะต้องใช้เวลาในการปรับตัว 1 วัน ถ้าเวลาต่างกัน 12 เขต ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 12 วัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ประมาณ 1 สัปดาห์ ถึงจะเข้าที่เข้าทาง

การเดินทางโดยรถยนต์หรือรถไฟ มักไม่มีปัญหาเรื่องนี้เพราะว่่า ร่างกายมีเวลาค่อยๆปรับตัว อาการนี้จึงเป็นอาการ เฉพาะผู้เดินทาง โดยเครื่องบินโดยแท้

ใครจะมีโอกาสเกิดอาการนี้ได้บ้าง
คำตอบคือ ทุกคน แต่เด็กๆจะปรับตัวได้ดีกว่า เมื่ออายุมากขึ้นก็จะปรับตัวได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าคุณจะเดินทางชั้นหนึ่ง หรือชั้นประหยัด ก็มีสิทธิมีอาการได้เท่าเทียมกัน แต่จะเป็นเฉพาะการเดินทางไปทางตะวันตก หรือ ตะวันออก ที่ต้องมีการเปลี่ยนเวลามากๆเท่านั้น และ มักจะเป็นน้อยกว่าถ้าบินจากตะวันออกไป ตะวันตก เช่น บินจากไทยไปอังกฤษ จะมีอาการน้อยกว่า จากอังกฤษมาไทย เป็นต้น.

  • วิธีผ่อนหนักให้เป็นเบามีอยู่หลายวิธี
    หลักสำคัญคือ การพยายามช่วยให้นาฬิกาในตัวเราปรับตัวได้เร็วขึ้น ด้วยวิธีต่างๆดังนี้

  1. เตรียมปรับเวลาล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง (ถ้าทำได้) โดยค่อยๆเลื่อนเวลาเข้าและ ตื่นนอนให้เร็วขึ้นหรือ ช้าลงตามเวลาใหม่ของที่ๆี่เราจะไป วันละ 1 ชั่วโมง จะได้เมาน้อยลง แต่อาจจะปฏิบัติยากสักหน่อย

  2. นอนและ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทาง

  3. ตั้งนาฬิกาตามเวลาของจุดหมายปลายทางทันที ที่ขึ้นเครื่องบิน แล้วพยายามทำตัวตามเวลาใหม่ตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน พยายามนอนตามเวลาที่ควรนอน ตื่นตามเวลาที่ควรตื่น และกินอาหารตามเวลาที่ควรกิน ถ้าเป็นไปได้ควร เลือกเที่ยวบินที่ เวลาที่เราอยู่บนเครื่องบินเป็นเวลากลางวันของจุดหมายปลายทาง และพยายามไม่นอนบนเครื่องเลย หรืออาจจะนอนได้สั้นๆ 1-2 ชั่วโมง

  4. ดื่มน้ำมากๆ เนื่องจากอากาศบนเครื่องบินจะแห้งกว่าปกติ ทำให้ร่างกายขาดน้ำซึ่งจะทำให้มีอาการเจ็ทแล็กได้มากขึ้น งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และชา กาแฟ

  5. ใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่ใส่สบายๆ พยายามลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย หรือเดินไปมาบ้าง

  6. เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง พยายามทำตัวตามเวลาท้องถิ่นให้มากที่สุด

  7. ถ้าเป็นเวลากลางวันให้ออกไปอยู่กลางแจ้งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการได้รับแสงแดดจัดๆ จะช่วยให้นาฬิกาในตัวเราปรับตัวได้เร็วขึ้น

  8. ออกกำลังกาย หรือเดินมากๆตลอดวันจะช่วยไม่ให้ง่วงตอนกลางวัน และหลับง่ายขึ้นในตอนกลางคืน

  9. ถ้าจำเป็นอาจจะใช้ยานอนหลับในวันสองวันแรกเพื่อช่วยให้หลับได้ตามเวลา

  10. พยายามจัดเวลาเดินทางทั้งขาไปและกลับ ให้ร่างกายมีเวลาพักและปรับตัวอย่างน้อย 1 วันก่อนเริ่มทำงาน

วิธีแก้อาการเมาเวลา หรือ เจ็ทแล็กนี้ยังมีอีกมากมายหลายวิธี จนมีคนเขียนเป็นหนังสือขายได้เป็นเล่มๆ และบริษัทยาผลิตยาป้องกันอาการ Jet Lag นี้ออกมาขายกันมากมาย ท่านใดที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินไม่ว่าใกล้หรือไกล ก็ลองนำวีธีที่แนะนำไปใช้ดูนะค่ะ ได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไรบอกกันให้ทราบบ้างนะค่ะ

ด้วยความห่วงใยจาก Plan-Travel.Com

พักผ่อนให้เพียงพอ  
วางแผนก่อนเดินทาง ขับรถเที่ยวแม่ฮ่องสอน เที่ยวเกาะช้าง ตลาดน้ำท่าคา อาการเจ็ทแล็ก ภูกระดึง
เจ้าถิ่นออสเตรเลีย Aboriginal ตลาดน้ำคลองบางน้อย บ้านใหม่ ตลาดร้อยป เขาสามร้อยยอด ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะเสม็ด
Home E-Ticket Tour Hotel Booking. Visa Contact Us
copyright plan travel.com